
เมียน้อยพี่ชาย
ฟังเสียง
ความยาว 6:45 นาที
เนื้อเรื่อง
สวัสดีครับ ผมชื่อนนท์ วันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์หลอนที่ผมเจอมากับตัว ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคือเรื่องจริง หรือผมแค่ฝันไป
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้ครับ ที่บ้านของผมเอง บ้านปูนสองชั้นหลังใหญ่ในซอยเงียบๆ แถบชานเมืองจันทบุรี เป็นบ้านที่สร้างมานานแล้ว บรรยากาศจะค่อนข้างร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่เยอะหน่อยครับ ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย กำลังหางานทำ ก็เลยกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่และพี่ชายของผม พี่ชายผมชื่อนัท เขาเป็นคนเงียบๆ ขรึมๆ ไม่ค่อยพูดอะไรมาก
ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อพี่นัทพาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้าน เธอชื่อดาวครับ พี่นัทบอกว่าเป็นเมียของเขา แต่ไม่ใช่เมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะพี่นัทมีภรรยาอยู่แล้วที่กรุงเทพฯ แม่ของผมโกรธมากครับ ทะเลาะกับพี่นัทแทบทุกวัน ส่วนดาวเองก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาว ดูเงียบๆ เศร้าๆ ตลอดเวลา เธอไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ส่วนใหญ่จะเก็บตัวอยู่ในห้องชั้นล่างสุดของบ้าน ซึ่งเดิมทีเป็นห้องเก็บของที่พี่นัทเพิ่งดัดแปลงให้เป็นห้องนอน ตอนนั้นช่วงปลายปี อากาศเริ่มเย็นๆ ผมก็รู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศในบ้านเหมือนกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ดาวอยู่กับพวกเราได้ไม่นานครับ ประมาณสามสี่เดือนได้มั้ง จู่ๆ เธอก็หายไป พี่นัทบอกว่าดาวกลับบ้านไปแล้ว บอกว่าทนสภาพแบบนี้ไม่ไหว แต่ผมก็รู้สึกแปลกๆ นะครับ คือดาวไปแบบกระทันหันมาก ไม่มีใครเห็นเธอเก็บของ หรือร่ำลาอะไรเลย ตื่นเช้ามาเธอก็ไม่อยู่แล้ว พี่นัทก็ดูซึมลงไปมาก ตั้งแต่ดาวหายไป เขาไม่ค่อยพูดถึงเธอเลย ทำตัวเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ราวกับว่าดาวไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงในบ้านหลังนี้
หลังจากดาวหายไปได้ไม่นาน เรื่องแปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นครับ
แรกๆ มันก็แค่เรื่องเล็กน้อย อย่างเช่น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกแก้ว ที่ดาวชอบใช้ มันจะโชยมาเป็นพักๆ ในบ้าน โดยเฉพาะตอนกลางคืน ทั้งๆ ที่ไม่มีใครใช้น้ำหอมกลิ่นนี้แล้ว บางทีผมเดินผ่านหน้าห้องของดาว ผมจะได้ยินเสียงเหมือนมีคนถอนหายใจแผ่วๆ ออกมาจากในห้อง หรือบางทีก็เป็นเสียงเหมือนมีคนเดินวนไปวนมาอยู่ข้างใน ผมพยายามบอกตัวเองว่าคงเป็นเสียงหนู หรือลมพัด แต่ในใจลึกๆ มันก็เริ่มไม่สบายใจ
มีอยู่คืนหนึ่งครับ ผมนอนไม่หลับ ก็เลยลุกขึ้นมาดื่มน้ำที่ครัว ตอนนั้นประมาณตีสองตีสามได้ บรรยากาศในบ้านเงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดนอกบ้านชัดเจน ขณะที่กำลังจะเดินกลับห้อง ผมก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองผมอยู่จากมุมมืด ผมหันไปมอง แต่ก็ไม่เห็นอะไร นอกเสียจากความมืดมิด พอผมเดินผ่านหน้าห้องดาว ผมก็เห็นประตูห้องของเธอแง้มอยู่เล็กน้อย ทั้งๆ ที่ปกติมันจะปิดสนิท ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่กล้าเดินเข้าไปดู ผมรีบวิ่งกลับห้องตัวเอง ล็อคประตู แล้วคลุมโปงนอนจนเช้า
หลังจากนั้น เหตุการณ์ก็เริ่มหนักขึ้นครับ บางทีผมจะเห็นเงาตะคุ่มๆ แวบๆ ที่มุมสายตา เหมือนผู้หญิงผมยาวใส่ชุดสีขาว เดินผ่านไปมาในบ้าน แต่พอหันไปมองตรงๆ ก็ไม่เคยเห็นอะไรเลยสักครั้ง บางคืนผมตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกหนาวจัด ทั้งๆ ที่อากาศไม่ได้เย็นขนาดนั้น และผมก็รู้สึกเหมือนมีใครมานั่งอยู่ข้างๆ เตียงผม ผมไม่กล้าลืมตาครับ ได้แต่ภาวนาให้มันหายไปเอง
จนมาถึงคืนนั้นครับ เป็นคืนที่ฝนตกหนักมาก ไฟฟ้าดับๆ ติดๆ ผมกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้อง ทันใดนั้น! ผมก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกกระทบพื้นอย่างแรงมาจากห้องของดาว เสียงดังโครมครามจนบ้านสะเทือน ผมตกใจมาก หัวใจเต้นรัว ผมพยายามปลอบตัวเองว่าคงเป็นอะไรสักอย่างหล่น แต่เสียงมันดังผิดปกติเกินไป
ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า เดินออกไปจากห้อง เปิดไฟฉายจากมือถือส่องนำทาง บรรยากาศในบ้านมืดสนิทและเงียบกริบ มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ด้านนอกเท่านั้น ผมเดินลงบันไดไปอย่างช้าๆ หัวใจเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาจากอก เมื่อเดินไปถึงหน้าห้องดาว ผมเห็นประตูห้องเปิดอ้าอยู่ครึ่งหนึ่ง มีแสงไฟจากฟ้าผ่าส่องเข้ามาเป็นพักๆ เผยให้เห็นข้าวของภายในห้องที่กระจัดกระจายราวกับโดนรื้อค้น
ผะ...ผะ...ผมค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง ใจมันเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออก ผมส่องไฟฉายไปรอบๆ ห้อง แล้วจังหวะที่ฟ้าผ่าอีกครั้ง แสงสว่างวาบก็ส่องเข้าไปในมุมหนึ่งของห้อง พอดีกับที่ผมส่องไฟฉายไปถึง ผมเห็น...เห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ในห้องดาว...เป็นผู้หญิง...กำลังนั่งหันหลังให้ผมอยู่บนเตียงนอนเก่าๆ ที่เธอนอนประจำ ผมเห็นเส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทของเธอคลอเคลียอยู่บนบ่า…แล้วก็ได้ยินเสียงแผ่วๆ เหมือนคนกำลังฮัมเพลงเบาๆ...เป็นเพลงที่ดาวชอบฮัมอยู่เสมอ!
(เสียงสั่น) ผะ...ผะ...ผมตัวแข็งทื่อไปหมด ขาผมก้าวไม่ออก มันเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้น ผมอยากจะวิ่งหนี แต่ร่างกายมันไม่ยอมขยับ ดวงตาของผมจ้องมองไปยังร่างนั้นไม่กะพริบ (หายใจหอบ) ทันใดนั้น ร่างนั้นก็ค่อยๆ หันหน้ามาทางผมช้าๆ...ช้าๆ...พร้อมกับเสียงฮัมเพลงที่หยุดลง!
ผมเห็น...เห็นใบหน้าซีดเซียว ดวงตาที่ว่างเปล่า...ดวงตาของดาวที่จ้องมองมาที่ผมตรงๆ...มันไม่ได้มีแววเศร้าอีกต่อไป แต่มันเป็นความว่างเปล่าที่น่ากลัว...ไร้อารมณ์ใดๆ
(เสียงกรีดร้องในลำคอ) ผมกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง วิ่งกลับขึ้นไปบนบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ล้มลุกคลุกคลานไปตามทาง ผมรีบเข้าไปในห้องตัวเอง ล็อคประตู แล้วทรุดตัวลงกับพื้น หายใจหอบถี่ ตัวสั่นเทาไปทั้งตัว ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองออกไปนอกห้องอีกเลยตลอดทั้งคืนนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมลงไปคุยกับพี่นัททันที ผมเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง แต่พี่นัทกลับมองผมด้วยสายตาว่างเปล่า เหมือนที่ดาวมองผมเมื่อคืน เขาบอกให้ผมไปพักผ่อน บอกว่าผมคงเครียดเกินไปแล้วคิดไปเอง
ทุกวันนี้...แม้ผมจะพยายามลืม...แต่กลิ่นดอกแก้วจางๆ กับเสียงแผ่วๆ ในคืนเงียบๆ...ก็ยังคอยหลอกหลอนผมอยู่เสมอ...และพี่ชายของผม...เขาก็ไม่เคยพูดถึงดาวอีกเลย...ราวกับว่า...เธอไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง...หรือบางที...เธอก็อาจจะยังอยู่...แค่...ในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม...