
ปู่โสมเฝ้าทรัพย์
ฟังเสียง
ความยาว 7:52 นาที
เนื้อเรื่อง
ผมชื่อนนท์ เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อยายนวล ย่าแท้ๆ เพียงคนเดียวของผมเสียชีวิตลงเมื่อปีที่แล้ว ยายทิ้งมรดกเป็นบ้านไม้เก่าๆ หลังหนึ่งกับที่ดินเล็กน้อยไว้ให้ในหมู่บ้านห่างไกลกลางป่าเขาของจังหวัดกาญจนบุรี ผมตัดสินใจลาออกจากงานที่แสนจะวุ่นวายในเมืองหลวง แล้วย้ายมาอยู่ที่นี่ ด้วยหวังว่าจะได้พักใจและเริ่มต้นชีวิตใหม่
หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ชื่อบ้านหนองกร่าง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค บรรยากาศเงียบสงบ เย็นสบายตลอดทั้งปี รายล้อมด้วยป่าเขาและลำห้วยเล็กๆ ที่ไหลผ่าน แต่ถึงจะสวยงามเพียงใด ผมก็สัมผัสได้ถึงความเร้นลับบางอย่างที่แฝงอยู่ ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ พวกเขาใช้ชีวิตเรียบง่ายและดูจะผูกพันกับความเชื่อโบราณอย่างลึกซึ้ง
ตอนที่ผมย้ายเข้ามาแรกๆ ป้าพิมข้างบ้าน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของยายนวล มักจะแวะเวียนมาหาแกบอกว่ายายนวลฝากฝังผมไว้ ป้าพิมเป็นคนใจดี แต่แววตาของแกดูมีความกังวลบางอย่างอยู่เสมอ ป้าเคยเตือนผมอยู่หลายครั้งว่า “ไอ้นนท์ เอ็งมาอยู่ที่นี่ ต้องระวังนะ ที่ดินของยายเอ็งน่ะ มันมีของเก่าแก่เฝ้าอยู่” ป้าพิมเล่าถึงตำนานของ “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” ให้ผมฟัง
ปู่โสม เป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกวิญญาณอาถรรพ์ที่เชื่อกันว่าเฝ้าสมบัติเก่าแก่ที่ถูกฝังไว้ในที่ดินแถบนี้ ตำนานเล่าว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีคหบดีผู้มั่งคั่งคนหนึ่งชื่อว่า “ปู่โสม” เขาเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว รักสมบัติยิ่งกว่าชีวิต เขาได้นำทรัพย์สมบัติมีค่ามากมาย ทั้งทองคำ เครื่องประดับ และของโบราณ ไปฝังซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ ในที่ดินของเขา ก่อนตาย ปู่โสมได้สาปแช่งเอาไว้ว่าวิญญาณของเขาจะเฝ้าสมบัติเหล่านั้นไปตลอดกาล จะไม่มีใครสามารถนำมันไปได้ หากใครคิดจะล่วงละเมิดจะต้องพบกับหายนะ บางคนเชื่อว่าปู่โสมจะเลือกผู้สืบทอดที่จะต้องมารับหน้าที่เฝ้าทรัพย์ต่อจากเขา หากคนผู้นั้นมีจิตใจผูกพันกับทรัพย์สมบัติ หรือถูกดึงดูดด้วยอำนาจของมัน
แรกๆ ผมก็ไม่เชื่อหรอกครับ คิดว่าเป็นแค่เรื่องเล่าปรัมปราของคนเฒ่าคนแก่ แต่หลังจากที่ผมเริ่มเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ได้ไม่นาน ความผิดปกติก็เริ่มปรากฏขึ้นทีละเล็กทีละน้อย
คืนแรกๆ ผมมักจะได้ยินเสียงแปลกๆ ในบ้าน เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ ทั้งๆ ที่ผมอยู่คนเดียว บางครั้งก็เป็นเสียงเหมือนลมหายใจแผ่วๆ ใกล้ๆ หู หรือความรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองผมอยู่จากมุมมืด ผมพยายามคิดว่าอาจจะเป็นเสียงของสัตว์ป่า หรือแค่หูฝาดไปเอง แต่ความรู้สึกไม่สบายใจมันกัดกินลึกเข้าไปในจิตใจ
ผ่านไปสองสามสัปดาห์ เหตุการณ์เริ่มชัดเจนขึ้น ผมได้ยินเสียง ‘ครืด ครืด’ เหมือนมีใครกำลังขุดดินอยู่ใต้ถุนบ้านในยามวิกาล แรกๆ ก็เป็นแค่เสียงเบาๆ แต่หลังจากนั้นมันก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนผมไม่อาจข่มตาหลับได้ ผมเคยพกไฟฉายลงไปส่องดู แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากความมืดและความเงียบงัน เมื่อผมกลับขึ้นมาบนบ้าน เสียงขุดดินนั้นก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง (หายใจหอบ) มันเหมือนกำลังยั่วเย้าผมอยู่
ผมเริ่มนอนไม่หลับ ร่างกายผอมซูบลง ดวงตาโหลลึก ผมรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา และมักจะมีอาการวิงเวียนศีรษะเป็นประจำ ความอยากอาหารก็น้อยลงเรื่อยๆ แต่ที่แปลกที่สุดคือผมเริ่มรู้สึกผูกพันกับที่ดินผืนนี้อย่างประหลาด ผมเดินสำรวจรอบๆ บริเวณบ้านเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่มีจุดหมาย ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังดึงดูดผมให้เข้าไปใกล้ผืนดินแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
คืนหนึ่ง ผมตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยเสียงขุดดินที่ดังกว่าทุกครั้ง มันดังชัดเจนอยู่ใต้ห้องนอนของผม เหมือนกำลังขุดอยู่ตรงจุดนั้นพอดี (เสียงสั่น) ผมตัดสินใจว่าพอแล้ว! ผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร ผมคว้าไฟฉายกับพลั่วเล็กๆ ที่เคยใช้พรวนดินลงไปใต้ถุนบ้าน หัวใจผมเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก กลิ่นสาบดินชื้นๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ผมเดินตามเสียงไปจนถึงมุมหนึ่งใต้ถุนบ้านที่พื้นดินดูจะยุบตัวลงไปเล็กน้อย เสียงขุดดินยังคงดังอยู่ ‘ครืด… ครืด…’ ผมส่องไฟฉายไปที่พื้นดินตรงนั้น เห็นรอยขุดใหม่ๆ เต็มไปหมด เหมือนมีใครเพิ่งจะขุดเสร็จไปหมาดๆ ผมก้มลงไปมองใกล้ๆ (เสียงสั่น) ทันใดนั้น! ผมก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ของชายแก่ร่างผอมสูง ยืนอยู่ไม่ไกลจากผมนัก!
ผะ..ผะ..ผมเห็นเขาชัดเจน! แววตาของเขาลึกโบ๋! ผิวหนังเหี่ยวย่น! และจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่วางตา ชายแก่คนนั้นยิ้ม! ยิ้มที่ดูน่ากลัวและเย็นยะเยือก (เสียงสั่นหนัก) “มาแล้วหรือ… ผู้เฝ้าคนใหม่…” เสียงแหบพร่ากระซิบเบาๆ แต่ดังก้องอยู่ในหัวของผม
ผมกรีดร้องสุดเสียง! ร่างกายผมแข็งทื่อ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย ผมพยายามจะวิ่งหนี แต่ขากลับไร้เรี่ยวแรง! ชายแก่ร่างนั้นค่อยๆ เดินเข้ามาหาผมช้าๆ! ผมเห็นมือของเขายื่นออกมา! นิ้วมือผอมแห้ง เหี่ยวย่น เหมือนกิ่งไม้! กำลังจะแตะต้องตัวผม! ผมหลับตาปี๋! ด้วยความกลัวสุดขีด!
เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องไม้ของบ้านเข้ามา ผมนอนอยู่บนเตียง! หายใจหอบถี่! เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยดิน ผมรีบลุกขึ้นนั่ง สำรวจร่างกายตัวเอง ผมยังคงผอมซูบกว่าเดิมมาก และมีรอยดินติดอยู่ตามเสื้อผ้าจริงๆ นี่ไม่ใช่ความฝัน!
ผมรีบวิ่งลงไปใต้ถุนบ้านอย่างบ้าคลั่ง! ตรงมุมที่ผมเห็นชายแก่เมื่อคืน! ผมเห็นหลุมดินเล็กๆ ที่ถูกขุดไว้ และมีบางอย่างโผล่พ้นดินขึ้นมา ผมใช้มือเปล่าเขี่ยดินออกอย่างรวดเร็ว (หายใจแรง) หัวใจผมเต้นระรัวด้วยความคาดหวังว่าจะเป็นสมบัติมีค่า แต่สิ่งที่ปรากฏคือกล่องไม้เก่าๆ ขนาดเล็กที่ผุกร่อนตามกาลเวลา ผมเปิดมันออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีเพียงวัตถุเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง!
มันคือจี้โลหะสีดำทะมึน มีลวดลายโบราณสลักอยู่ ผมหยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือ ทันทีที่นิ้วของผมสัมผัสกับจี้เย็นเฉียบนั้น! ภาพทุกอย่างก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวของผม!
ผมเห็นภาพชายแก่คนหนึ่งกำลังฝังสมบัติลงดินในยามค่ำคืน เห็นเขาพึมพำคำสาปแช่ง! เห็นความโลภ ความหวงแหน! แล้วภาพก็ตัดมาที่ตัวผมเอง! ผมเห็นตัวเองเดินสำรวจที่ดินผืนนี้ด้วยแววตาว่างเปล่า! เห็นตัวเองขุดดินในยามค่ำคืนด้วยพลั่ว! เห็นตัวเองนอนซมอยู่ในบ้านเก่าๆ ที่ทรุดโทรม! และเห็นตัวเองพูดคุยกับป้าพิม ที่แท้จริงแล้วป้าพิมมองผมด้วยความเวทนา ไม่ใช่ความกังวล!
ผมมองลงไปที่มือตัวเอง มือของผมแห้งเหี่ยว ผิวหนังเหี่ยวย่น! เล็บยาวดำสกปรก! มันไม่ใช่ของผมนนท์อีกต่อไป! ผมวิ่งไปที่ลำห้วยเล็กๆ ข้างบ้าน ก้มลงไปมองเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ!
ภาพที่เห็นทำเอาผมหัวใจแทบหยุดเต้น! ใบหน้าในเงาสะท้อนไม่ใช่ใบหน้าของนนท์ ชายหนุ่มอายุสามสิบต้นๆ ที่เคยเป็น! แต่มันคือใบหน้าของชายชราผู้ผอมแห้ง ดวงตาโบ๋ลึกโหลเหล และแววตาที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและว่างเปล่า! (เสียงสั่นจนพูดไม่ออก) ผะ..ผะ..ผม! ผมคือปู่โสม!
จี้โลหะในมือหลุดร่วงลงพื้น ผมสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลจากผืนดิน ผมไม่รู้สึกหิว! ไม่รู้สึกง่วง! ผมไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องสมบัติที่ฝังอยู่ใต้ผืนดินแห่งนี้! เสียงขุดดินยังคงดังอยู่… แต่คราวนี้มันดังออกมาจากภายในตัวผม! ผมคือผู้เฝ้าคนใหม่! และผมรู้ดีว่าผมจะต้องอยู่ที่นี่… ตลอดกาล!