
ผีตานี
ฟังเสียง
ความยาว 6:47 นาที
เนื้อเรื่อง
ผมชื่อธีร์ ผมโตมากับเรื่องเล่าแปลกๆ ของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่บ้านของผมเป็นบ้านสวนเก่าแก่ อายุน่าจะร่วมร้อยปี ตัวบ้านทำจากไม้สักทั้งหลัง ข้างๆ บ้านมีต้นกล้วยตานีต้นหนึ่ง สูงใหญ่ แผ่ก้านใบเขียวครึ้ม ดูร่มรื่น แต่ก็มีกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ มาตั้งแต่เด็ก
ย่าของผมมักจะเตือนเสมอ "ธีร์เอ๊ย อย่าไปเล่นซุกซนแถวต้นกล้วยตานีนะลูก ต้นนั้นน่ะ มันมีเจ้าของ" ผมเคยถามย่าว่าเจ้าของคือใคร ย่าก็จะถอนหายใจยาวๆ แล้วเล่าว่า "เขาเล่ากันว่า กล้วยตานีต้นไหนที่ออกปลีกลางลำต้น แล้วมีใบตองห่อหุ้มคล้ายผ้าถุงสไบสวยงาม ต้นนั้นจะมีนางไม้สถิตอยู่ เขาเรียกกันว่า 'ผีตานี' เป็นผู้หญิงงามมาก แต่หวงที่หวงทางนัก ใครไปรบกวนหรือไม่ให้เกียรติ อาจจะเจอดีเอาได้นะ"
ผมในวัยเด็กก็ฟังผ่านๆ ไม่ได้เก็บมาคิดมากนัก จนกระทั่งผมเรียนจบและกลับมาดูแลบ้านสวนแห่งนี้เต็มตัว ตอนกลางวัน ต้นกล้วยตานีก็ดูเป็นปกติ ใบพลิ้วไหวตามลม แดดส่องกระทบก็ดูสวยงาม แต่พอตกกลางคืน บรรยากาศรอบๆ ต้นกล้วยกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
คืนแรกที่ผมกลับมาอยู่บ้านคนเดียว ผมได้ยินเสียงแปลกๆ เสียงเหมือนมีคนกำลังอาบน้ำอยู่หลังบ้าน ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่ และเสียงน้ำที่กระทบผิวกายนั้นดังชัดเจน เหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม ผมกวาดสายตาไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร ผมพยายามปลอบตัวเองว่าคงเป็นเสียงน้ำจากบ่อ หรือไม่ก็สัตว์ป่าที่แอบเข้ามาดื่มน้ำ แต่ความรู้สึกไม่สบายใจมันกัดกินอยู่ในอก
หลายคืนผ่านไป เหตุการณ์ประหลาดก็เริ่มถี่ขึ้น บางคืนผมได้กลิ่นดอกไม้หอมฉุยยามวิกาล กลิ่นหอมเย็นยะเยือกที่ลอยมาตามลม ผ่านหน้าต่างห้องนอนของผม มันไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ทั่วไปที่ปลูกในสวน แต่เป็นกลิ่นที่ซับซ้อนกว่านั้น เหมือนกลิ่นแป้งร่ำผสมกับดอกไม้นานาชนิด ผมพยายามหาต้นตอของกลิ่น แต่เมื่อออกไปนอกห้อง กลิ่นนั้นก็จางหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
บางทีผมก็เห็นเงาตะคุ่มๆ แวบๆ ที่มุมสายตา เหมือนมีใครบางคนยืนอยู่ใต้ต้นกล้วยตานี แต่พอผมหันไปมองตรงๆ เงาเหล่านั้นก็หายไป ผมเริ่มนอนไม่หลับ ผมรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองผมอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งในห้องนอนของตัวเอง
คืนหนึ่ง ฝนตกหนัก ฟ้าร้องครืนๆ ลมพัดแรงจนต้นไม้ใหญ่โยกไหว ผมนอนไม่หลับอยู่แล้ว จึงลุกขึ้นมาดื่มน้ำที่ห้องครัว ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับห้องนอน ผมก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นจากหน้าต่างบานเล็กๆ ใกล้กับต้นกล้วยตานี เสียงนั้นเป็นเสียงหัวเราะ! เสียงหัวเราะที่แผ่วเบา แต่ชัดเจน เสียงหวานใสเหมือนผู้หญิงกำลังหัวเราะคิกคักอยู่ในความมืด ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ผมพยายามรวบรวมความกล้า ค่อยๆ เดินไปที่หน้าต่างนั้น ชะโงกหน้าออกไปมองอย่างระมัดระวัง สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย แสงจันทร์ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆดำทะมึน ทำให้มองเห็นอะไรไม่ชัดนัก แต่แล้ว... ในความมืดสลัวใต้ต้นกล้วยตานี ผมเห็นเงาของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ผมมองไม่เห็นใบหน้าเธอชัดเจน แต่เธอสวมชุดไทยสีเขียวเข้มเหมือนสีใบตอง สไบพาดไหล่ เธอกำลังก้มลงไปทำอะไรบางอย่างที่โคนต้นกล้วย มือของเธอขาวซีดและเรียวยาว ผมเห็นเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ
ดวงตาของผมเบิกกว้างด้วยความตกใจ! เธอมีผมยาวสลวยสีดำขลับ ดวงหน้าของเธอขาวผ่องราวกับจันทร์เพ็ญ แต่ที่น่าขนลุกที่สุดคือรอยยิ้มของเธอ รอยยิ้มที่งามงดจนน่ากลัว ปากของเธอแดงระเรื่อราวกับเพิ่งทาชาดมาใหม่ๆ เธอจ้องมองมาที่ผม! (หายใจหอบ)
ผมผะ..ผะ..ผมเห็นเธอ! เธอหันมามองผม ดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับในความมืด แล้วเธอก็ยิ้มให้ผมอีกครั้ง รอยยิ้มนั้นงดงามจนเกินมนุษย์ แต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นจนถึงกระดูกสันหลัง
ผมไม่รอช้า ผมรีบถอยห่างจากหน้าต่างอย่างรวดเร็ว หัวใจของผมเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ผมทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนัก ตัวสั่นไปหมดทั้งตัว (เสียงสั่น) ผมหลับตาแน่น พยายามจะลืมภาพที่เห็น แต่ใบหน้ายิ้มแย้มของเธอก็ยังคงติดตา
ผมไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ผมถึงได้ลุกขึ้นมาได้ ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองออกไปนอกหน้าต่างอีกเลย ผมใช้เวลาที่เหลือของคืนนั้นไปกับการนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง จนกระทั่งแสงแรกของวันมาเยือน
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตัดสินใจไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลุงสมชายฟัง ลุงสมชายเป็นคนเก่าแก่ในหมู่บ้าน ท่านนั่งฟังผมอย่างตั้งใจ ใบหน้าของท่านเรียบเฉย แต่แววตามีความกังวล "เอ็งไปรบกวนเขาเข้าแล้วสิธีร์" ลุงสมชายพูดเสียงเรียบ "กล้วยตานีต้นนั้นน่ะ มีเรื่องเล่ามานานนมแล้ว ว่ามีนางไม้สิงสถิตอยู่จริง มีคนเคยเจอมาแล้วหลายราย บางคนถึงขั้นถูกพานางไปอยู่ด้วย..."
ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวเมื่อได้ยินเช่นนั้น "แล้ว... แล้วผมต้องทำยังไงครับลุง" ผมถามเสียงสั่น ลุงสมชายถอนหายใจ "ต้องไปขอขมาเขาสิลูก จัดเครื่องเซ่นให้ดีๆ อาจจะพอช่วยได้" ผมรีบจัดหาเครื่องเซ่นไหว้ตามที่ลุงสมชายแนะนำ ทั้งหัวหมู ไก่ต้ม ขนมหวาน พวงมาลัยดอกไม้สด และผ้าแพรเจ็ดสี ตอนค่ำวันนั้น ผมนำเครื่องเซ่นไปวางไว้ใต้ต้นกล้วยตานี จุดธูปเทียน กล่าวขอขมาด้วยใจที่สั่นเทิ้ม
หลังจากนั้น... ผมก็ไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะ หรือได้กลิ่นดอกไม้อีกเลย แต่... ในบางคืนที่เงียบสงัด ผมยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากเงามืดนอกหน้าต่าง และบางครั้ง... ในยามที่ผมกำลังหลับใหล ผมก็ยังคงฝันเห็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับบุปผาอาถรรพ์นั้นเสมอ รอยยิ้มที่ทำให้ผมไม่แน่ใจว่า... เธอจากไปแล้วจริงหรือ หรือว่า... เธอแค่กำลังรอคอยเวลาที่เหมาะสมอยู่กันแน่