
ย้ายเข้าบ้านใหม่
ฟังเสียง
ความยาว 8:54 นาที
เนื้อเรื่อง
“ย้ายเข้าบ้านใหม่”
สวัสดีครับ ผมชื่อพัตน์... ตอนนี้ผมไม่รู้จะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังได้บ้าง เพราะทุกคนที่ผมเล่าก็มักจะมองว่าผมเครียดเกินไป หรือไม่ก็คิดว่าผมเพี้ยนไปแล้วหลังจากเจอเรื่องบ้าๆ นั่น
เรื่องมันเกิดเมื่อประมาณสี่เดือนก่อน ตอนที่ผมตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังหนึ่งในซอยลึกของย่านสวนทิพย์ จังหวัดนนทบุรี ครับ บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าสไตล์โมเดิร์นยุค 80s หน่อยๆ ตัวบ้านค่อนข้างทรุดโทรม แต่ผมชอบโครงสร้างมันมาก ประกอบกับราคาที่ถูกกว่าตลาดเยอะเพราะเจ้าของรีบขาย แถมทำเลก็ดี เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากท่าเรือหรือรถไฟฟ้า ผมเลยตัดสินใจซื้อไว้เพื่อรีโนเวทใหม่ให้เป็นสตูดิโอและที่พักของผมเอง
วันแรกที่ผมย้ายเข้ามาคือช่วงปลายเดือนมีนาคม จำได้ว่าอากาศร้อนมาก แต่แปลกที่พอเดินเข้ามาในตัวบ้าน ความร้อนภายนอกเหมือนจะถูกดูดหายไปหมด มีเพียงความชื้นและกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นคล้ายโลหะเก่าสนิมขึ้นผสมกับความชื้นของดินจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าอาจจะเป็นกลิ่นของบ้านเก่าที่ถูกปิดตายไว้นาน
ผมเริ่มจัดของคนเดียว เพราะยังไม่ได้จ้างช่างมาปรับปรุงอะไรมาก แค่ทำความสะอาดพื้นฐานไปก่อน วันแรกผ่านไปอย่างเหนื่อยล้า ผมล้มตัวลงนอนบนฟูกที่ปูไว้กลางห้องนอนใหญ่ชั้นสอง ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ทำงานหนัก และเสียงจิ้งหรีดที่ดังมาจากสวนหลังบ้าน
คืนแรกผ่านไปอย่างไม่มีอะไรผิดปกติครับ แต่พอเริ่มอยู่ไปได้สักอาทิตย์ ผมก็เริ่มเจอเรื่องแปลกๆ เล็กๆ น้อยๆ
อย่างแรกเลยคือเรื่องของแสงไฟ ผมใช้หลอดไฟอัจฉริยะที่ควบคุมผ่านแอปฯ มือถือในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง บ่อยครั้งที่ผมสังเกตเห็นว่ามันจะกะพริบจากสีวอร์มไวท์ที่ผมตั้งไว้ เป็นสีฟ้าอ่อนๆ เย็นตาแล้วก็กลับมาเป็นปกติเอง ผมคิดว่าสัญญาณ Wi-Fi อาจจะไม่เสถียร ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
อีกเรื่องคือกลิ่น กลิ่นโลหะปนดินชื้นๆ นั่นมันไม่ได้หายไปไหนเลยครับ บางทีมันก็โชยมาแรงขึ้นโดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือบางทีก็เป็นกลิ่นหวานฉุน คล้ายดอกไม้ที่กำลังจะเน่า ผมพยายามหาสาเหตุ คิดว่าเป็นกลิ่นท่อระบายน้ำหรืออะไรสักอย่าง แต่ก็หาที่มาไม่ได้
ต่อมาก็เป็นเรื่องของเสียง ผมชอบถ่ายวิดีโอ 'house tour' เพื่อเก็บไว้ดูพัฒนาการของบ้าน ตอนนั้นผมกำลังถ่ายวิดีโอห้องโถงชั้นล่าง โดยเฉพาะมุมใต้บันไดที่มืดๆ หน่อย ผมเล่าถึงแผนการรีโนเวทต่างๆ อย่างออกรสออกชาติ พอกลับมาดูคลิปในวันรุ่งขึ้น ผมได้ยินเสียงแปลกๆ แทรกเข้ามา เสียงมันแผ่วมาก เหมือนเสียงคนหายใจแผ่วๆ และมีเสียงคล้ายอะไรบางอย่างถูกลากเบาๆ เสียง “ครืด… ครืด…” มันดังมาจากในคลิป ตรงช่วงที่ผมหันกล้องไปทางใต้บันไดพอดี ผมเปิดฟังซ้ำหลายรอบ ใช้หูฟังขยายเสียง เสียงนั้นมันชัดขึ้นเรื่อยๆ จนผมเริ่มรู้สึกขนลุก แต่สุดท้ายก็พยายามปลอบตัวเองว่าอาจจะเป็นเสียงแทรกจากข้างนอก หรือเสียงการเคลื่อนไหวของโครงสร้างบ้านเก่าๆ ก็ได้
จนกระทั่งเรื่องของรูปภาพครับ... วันนั้นผมกำลังจะจัดชั้นวางของในห้องนอน ผมเลื่อนตู้ไม้เก่าที่ติดผนังออกไปเพื่อทำความสะอาดข้างหลัง และระหว่างนั้นเอง ผมก็เจอแผ่นกระดาษถูกยัดอยู่ใต้ขอบตู้ เป็นรูปวาดด้วยดินสอถ่านสีดำ เป็นรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งตัวผอมๆ แขนขายาวผิดสัดส่วน ตาโตสีดำสนิท มีรอยยิ้มแปลกๆ ที่มุมปาก ผมไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร คิดว่าน่าจะเป็นของลูกเจ้าของคนก่อน ก็เลยเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน
แต่เรื่องที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้วจริงๆ ก็คือเรื่องของผีเสื้อกลางคืนครับ มันเป็นผีเสื้อกลางคืนตัวใหญ่ สีดำสนิท เนื้อตัวเป็นกำมะหยี่ ปกติผมก็เจอผีเสื้อในบ้านบ้าง แต่ไอ้เจ้าพวกนี้มันแปลกตรงที่มันจะมาเกาะรวมกันอยู่ตรงมุมห้องนั่งเล่นชั้นล่างด้านหนึ่งเสมอ มันไม่บินไปไหนเลยครับ เกาะอยู่นิ่งๆ เป็นกลุ่มก้อน บางทีผมเข้าไปใกล้ๆ มันก็ไม่กระพือปีก ไม่หนี ผมลองเอามือไปแตะเบาๆ มันก็ร่วงลงมาเหมือนก้อนหิน ไม่ใช่การบินหนี พอมันร่วงลงมา มันก็ค่อยๆ ขยับปีกอย่างช้าๆ แล้วก็ปีนกลับขึ้นไปเกาะที่เดิมในเวลาไม่นาน เหมือนไม่มีชีวิตแต่ก็มี ผมเห็นมันอยู่แบบนั้นเกือบทุกวัน จนผมไม่กล้าไปยุ่งกับมันอีกเลย
แล้วคืนนั้น... (เสียงสั่น) ผมคงไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
คืนนั้นเป็นวันพฤหัสบดีที่อากาศค่อนข้างเย็น ผิดปกติจากทุกวัน ผมกำลังนั่งทำงานกราฟิกอยู่ในห้องนั่งเล่นตอนประมาณตีสองกว่าๆ ความเงียบมันปกคลุมไปทั่วบ้าน มีแค่เสียงพัดลมโน้ตบุ๊กของผมเท่านั้น (หายใจหอบ) ทันใดนั้น... ผมก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากข้างล่างบันได เสียงมันเบามากในตอนแรก “ครืด... ครืด...” คล้ายเสียงอะไรบางอย่างถูกลากไปกับพื้นช้าๆ ผมพยายามตั้งใจฟัง คิดว่าเป็นเสียงจากบ้านข้างๆ หรือเปล่า แต่เสียงมันดังมาจากในบ้านผมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
(เสียงกระซิบ) "ครืด... ครืด... แกร๊ก..."
มันไม่ใช่แค่เสียงลาก แต่มีเสียงเหมือนเล็บยาวๆ ขูดไปกับพื้นไม้เก่าๆ ของบ้าน ผมหยุดมือจากงานทันที หัวใจผมเต้นระรัว ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เสียงนั้นมันกำลังเคลื่อนที่... เคลื่อนที่ช้าๆ จากใต้บันได... ค่อยๆ ขึ้นมาบนบันได... ทีละขั้น... ทีละขั้น...
ผมกลั้นหายใจ หันหน้าไปมองทางบันไดที่มืดสลัว แสงไฟถนนจากหน้าต่างลอดเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้เห็นโครงสร้างบันไดลางๆ
“ครืด... แกร๊ก... ครืด... แกร๊ก...”
เสียงมันมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนบางสิ่งกำลังไต่ขึ้นบันไดมาหาผม ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ความรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวมันบอกว่ามันไม่ใช่มนุษย์ ผมอยากจะวิ่ง อยากจะกรีดร้อง แต่ตัวผมแข็งทื่อไปหมด ผมได้ยินเสียงมันมาถึงชั้นบนแล้ว! ใกล้ห้องผมเข้ามาทุกที!
ผมหลับตาปี๋ มือจิกเข้าหากันแน่น ท่องพุทโธซ้ำๆ ในใจ ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่เข้ามาในห้อง ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องนั่งเล่น... กำลังจ้องมองมาที่ผม... ผมรู้สึกถึงลมหายใจแผ่วๆ เย็นเฉียบ... (เสียงสั่น)
ผมไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน อาจจะแค่ไม่กี่นาที แต่สำหรับผมมันเหมือนชั่วกัลปาวสาน เสียงนั้นเงียบไป ความเย็นเริ่มจางหายไปช้าๆ ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ห้องนั่งเล่นกลับสู่ความเงียบปกติ ไม่มีอะไรผิดปกติเลยครับ... ไม่มีอะไรเลย...
ผมรวบรวมความกล้า รีบปิดโน้ตบุ๊ก คว้ากุญแจรถ และวิ่งออกจากบ้านทันที ผมไม่รู้จะไปไหน ผมขับรถออกไปอย่างไร้จุดหมาย ผมแค่รู้ว่าผมไม่สามารถอยู่ในบ้านหลังนั้นได้อีกต่อไป
ผมขับรถไปจอดแอบอยู่ห่างๆ จากบ้าน มองย้อนกลับไปยังบ้านของผมเอง บ้านที่ผมเคยฝันว่าจะสร้างมันขึ้นมาใหม่...
ในความมืดสลัวของยามเช้ามืด ผมมองเห็นบ้านของผม... ที่ชั้นสอง... ตรงหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนอนที่ผมเคยนอน... ผมเห็นอะไรบางอย่าง... มันไม่ใช่เงาคน... แต่มันเหมือนรอยเปื้อน... รอยคราบสกปรกสีคล้ำๆ... รูปทรงคล้ายมนุษย์... ที่กำลังทาบอยู่บนกระจกด้านใน... เหมือนมีบางสิ่งกำลังยืนกดใบหน้าของมันแนบกับกระจกอย่างช้าๆ... และกำลังจ้องมองออกมา...
มันจ้องมองมาที่ผม...
(หายใจหอบ)
ผมรีบเหยียบคันเร่งออกไปทันที... ไม่เหลียวหลังกลับไปมองอีกเลย...