
ของเล่นลูก
ฟังเสียง
ความยาว 4:33 นาที
เนื้อเรื่อง
ของเล่นลูก
ผมย้ายมาอยู่บ้านเช่าเล็กๆ สองชั้นในซอยลึกแถบโคกกระเทียม ชานเมืองลพบุรี เมื่อปีก่อนครับ ห่างจากรางรถไฟสายเก่าๆ ที่ไม่ค่อยมีรถไฟวิ่งแล้วแค่ไม่กี่ร้อยเมตร บรรยากาศเงียบสงบดี ลูกสาวผม ‘น้องเมย์’ อายุสามขวบ ชอบที่นี่มาก เพราะมีสนามหญ้าเล็กๆ ให้วิ่งเล่น
วันหนึ่ง ผมไปเดินตลาดนัดของเก่าแถวสถานีรถไฟลพบุรี แล้วไปเจอเข้ากับของเล่นไม้ชิ้นหนึ่ง มันเป็นสุนัขไม้ตัวเล็กๆ มีล้อให้ลาก มีสีสันซีดจางและดวงตาที่วาดไว้อย่างเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์บางอย่าง ผมเลยซื้อมาให้เมย์เป็นของขวัญ ลูกสาวผมดีใจมาก ลากเจ้าหมาไม้ไปไหนมาไหนด้วยตลอด ให้ชื่อมันว่า ‘น้องหมาจอมป่วน’
แรกๆ ก็ไม่มีอะไรผิดปกติครับ แต่พักหลังๆ ผมเริ่มสังเกตเห็นอะไรแปลกๆ คือเจ้าหมาไม้ตัวนี้มักจะไปโผล่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ บางทีก็อยู่ใต้โซฟา ทั้งๆ ที่เมย์เอาไปวางไว้ตรงหน้าทีวี หรือบางทีก็อยู่กลางโถงบันได ทั้งๆ ที่ผมเห็นมันอยู่ในห้องนอนลูกแล้ว หรือบางทีมันก็หันหน้าไปทางอื่น จากที่เคยหันมาทางประตูห้อง ผมก็คิดว่าเมย์คงซน หรือผมอาจจะขี้ลืมเอง เลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมกำลังไล่ดูรูปในมือถือ เป็นรูปที่ผมถ่ายเมย์ตอนกำลังเล่นกับน้องหมาจอมป่วน ผมถ่ายแบบรัวๆ เลยมีภาพต่อเนื่องหลายสิบรูป ผมเลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดกับรูปหนึ่ง ภาพที่น้องหมาจอมป่วนอยู่ในเฟรมนั้น (หายใจเบาๆ) ดวงตาที่วาดไว้นั้น...มันดูเหมือนกำลังจ้องมองตรงมาที่กล้อง แววตาที่ว่างเปล่ามันดูมีชีวิตขึ้นมาอย่างน่าประหลาด หัวของมันก็เอียงเล็กน้อย ซึ่งไม่เหมือนกับรูปก่อนหน้าหรือรูปถัดไปเลยแม้แต่น้อย ผมมองสลับไปมาอยู่หลายรอบก่อนจะตัดสินใจว่าคงเป็นแค่แสงหรือมุมกล้องที่ทำให้ตาผมฝาดไปเองครับ
แต่คืนนั้น (เสียงสั่น) ประมาณตีสอง ผมกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น ทุกคนในบ้านหลับหมดแล้ว ความเงียบมันกดทับจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ผมได้ยินเสียง (เสียงล้อไม้เอี๊ยดอ๊าดเบาๆ) เสียงเหมือนล้อไม้เล็กๆ กำลังเคลื่อนที่อยู่บนพื้นไม้เก่าๆ เสียงมันเบามาก แต่มันชัดเจนพอที่จะทำให้ผมขนลุก ผมค่อยๆ หันหน้าไปช้าๆ (กลืนน้ำลาย) ผมเห็นมันครับ! น้องหมาจอมป่วนตัวนั้น...มันกำลังค่อยๆ กลิ้งไปช้าๆ จากกลางห้องนั่งเล่น มุ่งหน้าตรงไปยังประตูห้องนอนของเมย์ แล้วมันก็หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับจงใจจะไปเฝ้าลูกสาวผม...หรืออาจจะอย่างอื่น! ไม่มีลม ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ผมรีบเดินไปหยิบมันขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะแล้วข่มตาให้หลับทั้งคืน
เช้าวันต่อมา ผมพยายามคิดว่าอาจจะเป็นอาการง่วงจนหลอนไปเอง แต่ความรู้สึกหนาวเหน็บมันยังไม่หายไปไหน ผมหยิบมือถือที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาเพื่อเช็กเวลา ผมเลื่อนผ่านดูรูปอีกครั้ง แล้วผมก็เจอครับ (หายใจหอบ) รูปใหม่ล่าสุดที่อยู่ในอัลบั้ม เป็นรูปที่ถ่ายเมื่อตอนตีสามสิบเจ็ดนาที...มันเป็นภาพมุมต่ำๆ! มืดสนิทเกือบทั้งเฟรม มีเพียงแสงจางๆ จากนาฬิกาดิจิทัลหัวเตียงที่ส่องสว่างอยู่ (ผะ..ผะ..ผมเห็นมันชัดเจน!) น้องหมาจอมป่วนตัวนั้น...มันนั่งอยู่ตรงปลายเตียงผมครับ! ภาพมันพร่ามัวเล็กน้อย แต่มันชัดเจนว่าดวงตาที่วาดไว้นั้นกำลังจ้องเขม็งมาที่ผะ...ผะ...ผม! ใบหน้าไม้มันดูเหมือนกำลังยิ้มอย่างน่าขนลุก! เหมือนกับว่ามีใครบางคนหรือบางสิ่งวางมือถือไว้บนพื้น แล้วกดถ่ายรูปจากมุมนั้น...ไม่มีทางที่ผมจะเป็นคนถ่าย ไม่มีทางที่เมย์จะตื่นมาถ่ายในเวลานั้นได้ ผมไม่รอช้า ผมรีบหยิบน้องหมาจอมป่วนใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงแน่นๆ แล้วขับรถออกไปไกลจากบ้านที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทิ้งมันไว้ข้างถนนในที่เปลี่ยวๆ แห่งหนึ่ง ผมไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ภรรยาหรือใครฟังเลยครับ
แต่หลังจากวันนั้น เวลาที่ผมนั่งทำงานอยู่คนเดียวตอนดึกๆ ผมยังคงได้ยินเสียงล้อไม้เอี๊ยดอ๊าดแว่วๆ มาจากห้องนอนของเมย์ และเมื่อวันก่อน เมย์ก็เดินมาหาผมแล้วพูดด้วยแววตาไร้เดียงสาว่า “พ่อคะ น้องหมาไม่อยู่แล้วเหรอคะ… มันบอกว่าจะกลับมาหาหนู”