
ห้องนักโทษชายหมายเลข 6
ฟังเสียง
ความยาว 7:10 นาที
เนื้อเรื่อง
ผมชื่อภาคภูมิครับ เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เพิ่งย้ายมาประจำการที่เรือนจำจังหวัดสิงห์บุรีเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ตอนแรกที่ได้รับคำสั่งย้าย ผมก็ตื่นเต้นดีใจนะ เพราะเป็นเรือนจำขนาดกลาง ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป คิดว่าคงได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะเลยครับ
ช่วงแรกๆ ที่ผมมาทำงาน ทุกอย่างก็ดูเป็นปกติเหมือนเรือนจำทั่วไป ตารางเวรที่ต้องเดินตรวจความเรียบร้อยของห้องขังต่างๆ เสียงกุญแจกระทบกันยามเปิดปิดประตูเหล็ก เสียงพูดคุยของนักโทษที่ดังอู้อี้อยู่ตลอดเวลา ผมใช้เวลาปรับตัวอยู่พักใหญ่กว่าจะคุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้
แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่แรก คือ "ห้องนักโทษหมายเลข 6" ครับ มันเป็นห้องขังที่อยู่สุดทางเดินของปีกอาคารควบคุมด้านทิศตะวันออก เป็นห้องที่ถูกปิดตาย ไม่มีนักโทษคนไหนถูกขังอยู่ในนั้นเลยตลอดเวลาที่ผมมาทำงาน และที่สำคัญคือ...ไม่มีใครอยากพูดถึงมัน
รุ่นพี่บางคนจะพูดติดตลกเวลาผมถามถึงห้องนี้ว่า "โอ๊ย! ห้องนั้นมันเฮี้ยน อย่าไปสนใจเลยน้อง" บางคนก็แค่ส่ายหน้า ไม่พูดอะไร แต่แววตาของทุกคนที่มองไปยังห้องนั้นมันมีความกังวลบางอย่างแฝงอยู่เสมอ ผมสังเกตเห็นว่าเวลาเดินตรวจเวรกลางคืน ทุกคนจะรีบเดินผ่านห้องหมายเลข 6 ไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครอยากหยุดอยู่หน้านานๆ เลยครับ
แรกๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากครับ คิดว่าคงเป็นแค่ความเชื่อเก่าๆ ที่เล่าต่อๆ กันมา แต่พอเริ่มเข้าเวรดึกบ่อยขึ้น ช่วงเวลาที่เรือนจำเงียบสงัด มีเพียงเสียงจักจั่นเรไรกับเสียงยามลาดตระเวนเดินไปมาเท่านั้น ผมก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
มันเริ่มจากเสียงแผ่วๆ ครับ เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังขูดขีดผนังเบาๆ จากด้านในห้องหมายเลข 6 บางทีก็เหมือนเสียงคนถอนหายใจยาวๆ (หายใจแผ่ว) บางทีก็เป็นเสียงกระซิบกระซาบที่จับใจความไม่ได้ ผมลองหยุดฟังหลายครั้ง แต่มันก็จะเงียบไปทุกครั้งที่ผมตั้งใจฟัง พอเดินผ่านไปแล้ว เสียงเหล่านั้นก็จะกลับมาอีกครั้ง
แล้วก็มีเรื่องของอุณหภูมิครับ ไม่ว่าอากาศภายนอกจะร้อนอบอ้าวแค่ไหน พอเดินผ่านหน้าห้องหมายเลข 6 ผมจะรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกผิดปกติ เย็นเหมือนอยู่ในห้องแอร์ที่เปิดทิ้งไว้ ทั้งๆ ที่เป็นแค่ทางเดินคอนกรีตเก่าๆ ในเรือนจำ ผมเคยลองจับลูกบิดประตูเหล็กดู มันก็เย็นเฉียบผิดปกติจริงๆ ครับ ทั้งๆ ที่ห้องอื่นๆ ก็อุณหภูมิปกติ
คืนหนึ่ง ช่วงประมาณตีสาม ผมเข้าเวรตรวจการณ์คนเดียวตามปกติ จังหวะที่ผมเดินผ่านหน้าห้องหมายเลข 6 ผมได้ยินเสียงชัดเจนกว่าทุกครั้งครับ คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงขูดขีด แต่เป็นเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังถูกลากอยู่บนพื้นคอนกรีต เสียงมันก้องอยู่ในความเงียบสงัดของทางเดิน จนผมต้องหยุดยืนนิ่ง
ผมยืนอยู่ตรงนั้นสักพัก มือก็ค่อยๆ คว้าไฟฉายที่คาดเอวขึ้นมาครับ ใจหนึ่งก็อยากจะวิ่งหนี แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะรู้ว่ามันคืออะไร ผมรวบรวมความกล้า ส่องไฟฉายไปที่ช่องมองนักโทษเล็กๆ ที่บานประตูเหล็กนั้น
ข้างในห้องมืดสนิทครับ มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า ผมพยายามเพ่งมองอยู่นาน แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จังหวะนั้นเอง ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างวิ่งผ่านหน้าช่องมองไปอย่างรวดเร็ว (เสียงหายใจติดขัด) เป็นแค่เงาตะคุ่มๆ วูบเดียวเท่านั้น แต่มันก็ทำให้หัวใจผมเต้นระรัว
ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าห้องนั้น ไม่กล้าขยับไปไหน ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตุบๆๆๆ ดังอยู่ในหู แล้วจู่ๆ! ก็มีเสียงเคาะเบาๆ มาจากด้านในห้องครับ "ป๊อก...ป๊อก...ป๊อก..." มันเป็นเสียงเคาะที่แผ่วเบา แต่ดังชัดเจนในความเงียบ
ผมสะดุ้งสุดตัว! แทบจะปล่อยไฟฉายหลุดมือ ผมไม่รอช้า รีบหมุนตัววิ่งหนีจากตรงนั้นทันที วิ่งไปจนสุดทางเดิน แทบจะล้มคะมำ พยายามหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด ความกลัวมันแล่นเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย
หลังจากคืนนั้น ผมก็พยายามหลีกเลี่ยงการเดินผ่านห้องหมายเลข 6 ให้มากที่สุดครับ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็จะรีบเดินผ่านไปให้เร็วที่สุด พยายามไม่มองเข้าไปในช่องนั้นอีกเลย ผมเริ่มนอนไม่ค่อยหลับ ฝันร้ายถึงเงาดำๆ กับเสียงเคาะประตูเหล็กอยู่บ่อยครั้ง
จนกระทั่งคืนนั้นครับ...เป็นคืนที่ฝนตกหนักมาก ฟ้าร้องครืนๆ ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างจนเรือนจำมืดสนิทไปช่วงหนึ่งแล้วก็กลับมาสว่างอีกครั้ง ผมเข้าเวรคนเดียวอีกแล้วครับ และเป็นคืนที่ต้องเดินตรวจในปีกอาคารด้านทิศตะวันออก
ผมกำลังจะเดินผ่านห้องหมายเลข 6 อยู่แล้วเชียวครับ จังหวะที่ฟ้าผ่าลงมาใกล้ๆ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไฟในทางเดินดับวูบลงไปอีกครั้ง (เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง!) (เสียงสั่น) ในความมืดมิดนั้น ผมได้ยินเสียงชัดเจนมากครับ เสียงกรีดร้องโหยหวนแผ่วๆ เหมือนกำลังทรมาน ตามมาด้วยเสียงโซ่ตรวนกระทบกันดังแคร้งๆๆๆ เหมือนมีคนกำลังถูกล่ามโซ่และพยายามจะหลุดออกไป
ผมรีบเปิดไฟฉายมือถือส่องไปข้างหน้าครับ แล้วภาพที่เห็น...มันทำให้ผมขนลุกไปทั้งตัว! ประตูเหล็กของห้องหมายเลข 6 มันกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังพยายามจะพังออกมาจากด้านใน!
"กึก! กึก! กึก!" เสียงกระแทกจากด้านในดังต่อเนื่องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมเห็นเงาดำๆ ทะมึนๆ พาดผ่านช่องมองนักโทษนั้นแวบไปมา (หายใจหอบ) เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง! คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงแผ่วๆ แต่มันเป็นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเคียดแค้น!
"ผะ...ผะ...ผมเห็นมัน!" ผมตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว มือไม้สั่นไปหมด ขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่! "มัน...มัน...มันอยู่ตรงนั้นจริงๆ!" ผมส่องไฟฉายเข้าไปอีกครั้ง...คราวนี้ ผมเห็นแววตาครับ! แววตาแดงก่ำที่จ้องมองกลับมาทางผมผ่านช่องมองนักโทษนั้น! (เสียงสั่นหนัก) มันไม่ใช่แววตาของคน!
ผมกรีดร้องออกมาสุดเสียง แล้ววิ่ง! วิ่งแบบไม่คิดชีวิตครับ! ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิ่งไปทางไหน รู้แค่ว่าต้องหนีให้พ้นจากที่ตรงนั้นให้เร็วที่สุด! เสียงกรีดร้องและเสียงโซ่ตรวนยังคงดังตามหลังผมมา! เหมือนมันกำลังจะตามออกมาจากห้องนั้นจริงๆ!
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมไปแจ้งหัวหน้าเวรด้วยอาการตื่นตระหนก แต่แน่นอนครับ ไม่มีใครเชื่อผม ทุกคนบอกว่าผมคงจะพักผ่อนไม่พอ หรือไม่ก็เครียดจนเห็นภาพหลอน พอไปตรวจห้องหมายเลข 6 ก็ไม่พบร่องรอยการงัดแงะ หรือความเสียหายใดๆ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
ผมไม่รู้ว่าคืนนั้นผมเห็นอะไรกันแน่ ไม่รู้ว่าใครอยู่ในห้องหมายเลข 6 นั้น และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แต่หลังจากคืนนั้น ผมก็ไม่เคยกล้าเข้าใกล้ห้องนั้นอีกเลยครับ ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ผมขอทำเรื่องย้ายหน่วยงานในเวลาต่อมาไม่นานนัก
แต่ถึงแม้ว่าผมจะย้ายออกมาแล้ว ภาพแววตาแดงก่ำคู่นั้น เสียงกรีดร้องโหยหวน และเสียงโซ่ตรวนที่ดังสนั่นในความมืดมิดของคืนฝนตก...มันยังคงหลอกหลอนผมมาจนถึงทุกวันนี้ครับ บางที...บางทีมันอาจจะยังอยู่ในนั้น...รอใครสักคน...