
ปั้มเชลร้าง ที่นนทบุรี
ฟังเสียง
ความยาว 3:22 นาที
เนื้อเรื่อง
ถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ในช่วงเวลาตีสอง, มันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านหมวกกันน็อก, ผมชื่อ "กานต์" เป็นไรเดอร์ส่งอาหารที่เพิ่งเสร็จจากออเดอร์สุดท้ายแถวสะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯ จังหวัดนนทบุรี. คืนนั้นฝนเพิ่งหยุดตก, บรรยากาศรอบตัวอวลไปด้วยกลิ่นดินชื้นๆ และกลิ่นไอระเหยจากยางมะตอยร้อนที่ถูกน้ำชะล้าง.
หน้าจอมือถือของผมค้าง, แผนที่ Google Maps หมุนวนไปมาอย่างไร้ทิศทาง ก่อนจะปักหมุดให้ผมเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวที่ขนาบข้างด้วยทุ่งหญ้าคา. ผมขับมาได้สักพัก, แสงไฟหน้ารถก็สาดไปกระทบกับป้ายสีเหลืองแดงที่คุ้นตาแต่มันกลับซีดจางจนเกือบเป็นสีขาว. ป้ายรูปหอยเชลล์ขนาดใหญ่ที่แตกกะเทาะจนเห็นโครงเหล็กข้างใน.
มันคือปั๊มเชลล์ร้าง... ที่ดูเหมือนถูกทิ้งไว้ตั้งแต่ยุค 90.
ผมจอดรถนิ่ง, (เสียงลมหายใจหนัก) เครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ของผมกระตุกและดับลงดื้อๆ. ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันที. สิ่งเดียวที่ได้ยินคือเสียง "แปะ... แปะ..." ของหยดน้ำที่ตกลงบนหลังคาสังกะสีเก่าๆ ของหัวจ่ายน้ำมัน. แสงจากตู้กดน้ำอัดลมโบราณข้างออฟฟิศปั๊มยังคงกระพริบถี่ๆ เป็นสีฟ้าสลัวๆ ทั้งที่ไม่มีสายไฟต่อเข้าตู้เลยสักเส้น.
ผมหยิบมือถือขึ้นมาหวังจะเปิดไฟฉาย, แต่หน้าจอกลับปรากฏข้อความแจ้งเตือนแปลกๆ: *"กรุณารอพนักงานเติมน้ำมันสักครู่"*
"บะ..บ้าหน่า.. ใครจะมาเล่นตลกอะไรตอนนี้" (เสียงสั่น)
ทันใดนั้น, เสียง "คลิก!" ของตัวเลขที่หัวจ่ายน้ำมันเบอร์ 3 ก็ดังขึ้น. ผมหันไปมอง, ตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหัวจ่ายน้ำมันที่ฝุ่นจับเขรอะค่อยๆ วิ่งขึ้นเองอย่างช้าๆ... 0.00... 1.50... 5.00... ทั้งที่ไม่มีใครยกหัวจ่ายขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว!
ผมพยายามสตาร์ทรถ, แต่เครื่องยนต์กลับเงียบสนิท. ในจังหวะนั้นเอง, กลิ่น "น้ำมันเบนซิน" ที่เข้มข้นจนแสบจมูกก็โชยมาตามลม. มันไม่ใช่กลิ่นน้ำมันใหม่, แต่มันเป็นกลิ่นน้ำมันที่เน่าเสียและเหม็นหืนเหมือนมีบางอย่างเน่าเปื่อยผสมอยู่.
(เสียงหอบ) ผมตัดสินใจก้าวเท้าลงจากรถเพื่อจะเข็นออกไป, แต่สายตาเจ้ากรรมกลับมองไปที่กระจกเงาบานใหญ่ในออฟฟิศร้าง. ในเงามืดหลังกระจกฝ้าหนาเตอะ, ผมเห็นร่างๆ หนึ่งสวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานปั๊มสีแดงซีดๆ ยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะแคชเชียร์. ใบหน้าของเขาไม่มีดวงตา, มีเพียงช่องโหว่สีดำสนิทที่ดูเหมือนกำลัง "จ้อง" มองมาที่ผม.
เขากำลังถือเครื่องพิมพ์ใบเสร็จแบบดอทเมทริกซ์... และมันเริ่มทำงาน!
"ครืด... ครืด... ครืด..." เสียงเข็มพิมพ์กระแทกลงบนกระดาษดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ.
ผมเห็นมือที่ผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูกของร่างนั้น ค่อยๆ ยื่นใบเสร็จออกมาทางช่องเล็กๆ หน้าต่างออฟฟิศ. ด้วยความกลัวที่พุ่งทะลุขีดจำกัด, ผมรวบรวมแรงทั้งหมดถีบคันสตาร์ทรถอีกครั้ง!
"บรึ้ม!" เครื่องยนต์ติด! ผมบิดคันเร่งสุดแรงเกิดโดยไม่หันหลังกลับไปมอง. ลมแรงปะทะหน้าจนน้ำตาไหล, ผมขับออกมาจนถึงถนนใหญ่ที่มีแสงไฟนีออนสว่างไสว.
เมื่อถึงบ้าน, ผมทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงด้วยความสั่นเทา. ผมถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกและล้วงมือลงไปในกระเป๋าเพื่อจะหยิบโทรศัพท์... แต่สิ่งที่ผมหยิบติดมือออกมากลับเป็น "กระดาษใบเสร็จ" แผ่นหนึ่ง.
กระดาษใบนั้นเก่าจนเหลืองกรอบ, หมึกสีม่วงจางๆ ระบุวันที่: *14 ตุลาคม 2535*. แต่ชื่อลูกค้าที่ถูกพิมพ์ลงไปชัดเจนที่สุด... คือชื่อจริงและนามสกุลของผมเอง!
พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ท้ายใบเสร็จว่า: **"คราวหน้า... จ่ายด้วยชีวิตนะคะ"**
ผมค่อยๆ เงยหน้ามองกระจกในห้องนอน... (เสียงสูดหายใจ) ที่มุมห้องข้างหลังผมในเงาสะท้อน, ผมเห็นหมวกพนักงานปั๊มสีแดงวางอยู่บนพื้น... ทั้งที่ในห้องของผมไม่เคยมีของแบบนั้นอยู่เลยสักชิ้นเดียว.